สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2510 โดยคณะกลุ่มบรมครูของประเทศไทยสมัยนั้นเป็นผู้เริ่ม มีหลวงสุขุม นัยประดิษฐ์, หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศรี จักรพันธ์ (พระยศในสมัยนั้น), ครูเอื้อ สุนทรสนาน, ครูแก้วฟ้า อัจฉริยะกุล, ครูสง่า อารัมภีร, คุณชมพู อรรถจินดา, ครูสมาน กาญจนะผลิน, ครูมนตรี ตราโมท, ครูประสิทธิ์ พะยอมยงค์ และบรมครูเพลงผู้มีพระคุณอีกหลายท่าน
จากอดีตถึงปัจจุบัน ผู้ได้รับเกียรติเป็นนายกสมาคมดนตรีฯ เป็นท่านแรก คือ หลวงสุขุม นัยประดิษฐ์ ในปี พ.ศ.2510 และนายกสมาคมดนตรีฯ ท่านที่ 2 คือ หม่อนเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์ ท่านเป็นผู้มีบทบาทต่อวงการดนตรีไทยอย่างเอกอนันต์ นอกจากนั้นท่านยังเป็นผู้ที่ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย อยู่ในพระราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2512 นับเป็นมิ่งมงคลแก่สมาคมดนตรีฯ เป็นอย่างยิ่ง นายกสมาคมฯท่านที่ 3 คือ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร (เสด็จพระองค์ชายกลาง) ตลอดระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกสมาคมดนตรีฯ ท่านทรงให้ความเมตตาต่อสมาคมดนตรีฯ อย่างสม่ำเสมอ นายกสมาคมฯ ท่านที่ 4 เป็นผู้สร้างผลงานอย่างมากมายให้กับวงการเพลงในประเทศไทย ไม่ว่าจะกล่าวถึงท่านในที่ใดกับคนรุ่นไหน ก็เป็นที่รู้จัก ท่านคือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน นายกสมาคมฯ ท่านที่ 5 นายแมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ผู้มีบทบาทต่อวงการดนตรีไทยทางด้านการประพันธ์เพลงและเป็นผู้เผยแพร่วิชาการด้านเรียบเรียงเสียงประสาน เป็นที่รู้จักดีในกลุ่มนักดนตรีของไทย นายกสมาคมฯ ท่านที่ 6 นายไพบูลย์ ศุภวารี ผู้ทำให้สมาคมดนตรีฯ มีสมาชิกแผ่ขยายเขตออกไปทั่วทั้งประเทศ ด้วยความรักสมัครสมานสามัคคี ยายกสมาคมฯ ท่านที่ 7 คือ นายปราจีน ทรงเผ่า นายกสมาคมฯท่านที่ 8 นายวิรัช อยู่ถาวร
นายกสมาคมฯ ท่านที่ 9 นายสมจิตร ธุระวณิชย์ นายกสมาคมฯ ท่านที่ 11 นายวีระวัธน์ เทพโสธร ในอดีตท่านเป็นนักดนตรีอาชีพ ที่มีความชำนาญในการเล่นกีต้าร์และร้องเพลง มีจุดมุ่งหมายอย่างแรงกล้าที่จะสร้างสรรค์ให้สมาคมดนตรีฯ เจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเป้าหมายที่แน่นอนและสำคัญที่สุดคือ การสร้างอาคารถาวรให้กับสมาคมดนตรีฯ และต่อมา นายสมจิตร ธุระวณิชย์ ได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ อีกหนึ่งสมัย จนถึงปัจจุบัน ท่านที่ 12 นายวินัย พันธุรักษ์
วัตถุประสงค์
ดนตรีและเพลงถือเป็นวัฒนธรรมอีกแขนงหนึ่งที่ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกทางสังคมให้กับชนรุ่นหลัง สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมทางด้านดนตรีและการประพันธ์เพลง พร้อมกับการเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงต่างๆ รวมไป ถึงบรรดาศิลปินและนัก ดีด สี ตี เป่า ร้อง รำ ทำเพลง ทุกๆ แขนง ซึ่งจะเน้นหนักทางด้านความสมานสามัคคีเป็นที่ตั้ง นอกจากนี้สมาคมดนตรีฯ ยังบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ต่างๆ อีกเป็นอันมาก สมาคมดนตรีฯ มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความสามารถที่เกี่ยวกับวิชาดนตรีและเพลงทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้ทันกับยุคโลกาภิวัฒน์ พร้อมกันนี้สมาคมดนตรีฯ ยังมีการรณรงค์คุ้มครองอาชีพของนักประพันธ์เพลง นักดนตรี นักร้องให้เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น และยังมีการรับดำเนินการด้านลิขสิทธิ์เพลงเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ให้นักประพันธ์เพลง นักดนตรี และเหล่าศิลปินเพลง ตลอดจนมีการอำนวยความสะดวกในด้านสวัสดิการต่างๆ ให้กับนักประพันธ์เพลง นักดนตรี และเหล่าศิลปินเพลง ตลอดจนมีการอำนวยความสะดวกในด้านสวัสดิการต่างๆ ให้กับหมู่สมาชิก โดยไม่จำกัดเพศและวัยอีกด้วย
สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสมาคมที่ตั้งขึ้นมาจนครบ 36 ปีเต็ม มีประสบการณ์ทางด้านการทำงานเพื่อสาธารณะประโยชน์ทางด้านดนตรีและการเพลงต่างๆ รวมไปถึงการบริการทางด้านสวัสดิการที่พึงมีให้แก่มวลเหล่าสมาชิกของสมาคมดนตรีฯ ตลอดมา กิจกรรมต่างๆ ของสมาคมดนตรีฯ มีดังนี้

1. รางวัลพระราชทาน
สมาคมดนตรีฯ ดำเนินการจัดประกวด แข่งขัน และคัดเลือกศิลปินเพลงยอดเยี่ยม ยอดนิยม อยู่สม่ำเสมอ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานรางวัลชนะเลิศการประกวดเกี่ยวกับการดนตรีและเพลงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ.ศ.2512-2515 โปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดดนตรีคอมโบ้ พ.ศ.2522-2525 ดำเนินการจัดงานแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน โดยมีศิลปินเพลงได้รับรางวัลต่างๆ ตามที่สมาคมดนตรีฯ ได้กำหนด พ.ศ.2536 โปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดวงดนตรี คอมโบ้ ครั้งที่ 4 ในวันที่ 2 สิงหาคม 2538 สมาคมดนตรีฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทาน คือ รางวัล "พระพิฆเนศทอง" จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นรางวัลอันยิ่งใหญ่ที่สุดของศิลปินเพลงทุกสาขา
ในปัจจุบันนี้สามารถดนตรีฯ ได้ดำเนินการจัดงานคัดเลือกศิลปินเพลงยอดเยี่ยม ยอดนิยมแห่งปี รางวัล "พระพิฆเนศทอง พระราชทาน" ติดต่อกันมาเป็นเวลา 5 ครั้งแล้ว
ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2539 จัดงานประกวดผลรางวัลการคัดเลือกที่ ศาลาเฉลิมกรุง
ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2540 จัดงานประกวดผลรางวัลการคัดเลือกที่ ศาลาเฉลิมกรุง
ครั้งที่ 3 เมื่อปี 2541 จัดงานประกวดผลรางวัลการคัดเลือกที่ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
ครั้งที่ 4 เมื่อปี 2542 จัดงานประกวดผลรางวัลการคัดเลือกที่ ศาลาเฉลิมกรุง
ครั้งที่ 5 เมื่อปี 2545 จัดงานประกวดผลรางวัลการคัดเลือกที่ ศาลาเฉลิมกรุง
สมาคมดนตรีฯ จะดำเนินการจัดงานคัดเลือกศิลปินเพลงยอดเยี่ยม ยอดนิยมแห่งปี รางวัล "พระพิฆเนศทองพระราชทาน" ตลอดไปทุกปีอย่างต่อเนื่อง

2. ลิขสิทธิ์เพลง
สมาคมดนตรีฯ ได้จัดตั้งฝ่ายลิขสิทธิ์เพลงขึ้นมาเพื่อบริการแก่สมาชิกนักแต่งเพลง ทั้งอนุรักษ์ และรวบรวมผลงานสำคัญของศิลปินในอดีต ตลอดจนชีวประวัติการศึกษา การต่อสู้ในวิธีการดำเนินชีวิตที่น่าสนใจ เพื่อเป็นเกียรติประวัติและเป็นศักดิ์ศรีแก่วงการดนตรี
จัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง (ด้านสิ่งพิมพ์) จากสำนักพิมพ์ให้แก่สมาชิกนักแต่งเพลงที่มอบอำนาจให้สมาคมดนตรีฯดำเนินการรับบริการจดลิขสิทธิ์รับทราบข้อมูลข้อมูลลิขสิทธิ์เพลงในกรณีที่นักแต่งเพลงต้องการแจ้งว่าตนเป็นผู้แต่งเพลงนั้นๆ รับฝากคำลิขสิทธิ์เพลง ในกรณีที่ผู้จัดทำเพลงไม่สามารถติดต่อผู้แต่งเพลง หรือทายาทได้ สมาคมดนตรีฯ จะรับฝากเพลงไว้ให้และรับนักเพลงหรือทายาทมารับคำลิขสิทธิ์ต่อไป

3. ฝึกอบรม
เพื่อส่งเสริมมาตรฐานความรู้ความสามารถทางดนตรี สมาคมดนตรีฯ จึงได้ฝึกอบรมสัมมนาวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการดนตรี โดยสามารถแบ่งเป็น แนวทางใหญ่ๆ คือ การฝึกอบรมดนตรีให้แก่มวลสมาชิกของสมาคมฯ ตามหลักสูตรอบรมมีทั้งการร้องเพลง ดนตรี และการประพันธ์เพลง และเปิดการฝึกอบรมให้แก่บุคคลภายนอกหรือองค์กรต่างๆ ที่ต้องการความร่วมมือจากสมาคมดนตรีฯ โดยจะจัดส่งวิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถด้านดนตรี และเพลงไปถ่ายทอดให้บุคลากรในหน่วยงานนั้นๆ

4. การบริการ
สมาคมดนตรีฯ ให้บริการทางด้านศิลปะการดนตรีต่างๆ โดยแบ่งการบริการออกเป็น 2 แนวทาง คือ การให้บริการสมาชิกสมาคมดนตรีฯ ในด้านวิชาการดนตรี การแนะนำใช้เครื่องดนตรี การขับร้องเพลง การประพันธ์เพลง การเรียบเรียงเสียงประสาน การค้นคว้าหาความรู้ทางด้านดนตรี นอกจากนี้ยังจัดให้มีสวัสดิการกองทุนช่วยเหลือสมาชิกของสมาคมดนตรีฯ การให้บริการกับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ที่สืบเนื่องจากกิจกรรมด้านดนตรี โดยทางสมาคมดนตรีฯ ได้ร่วมดำเนินการในการจัดงานนั้นด้วย

กลับหน้าหลัก ===>>